คุณ เป็นโรคชอบผัดวันประกันพรุ่งหรือเปล่า
เคยหน่วงเหนี่ยวเวลาการทำงานด้วยการทุ่มความสนใจไปที่เรื่องจุกจิกไม่เป็นแก่นสารหรือไม่ คุณคิดหรือว่าเวลาที่คุณใช้ไปในการตอบอีเมล
หรือพล่ามบนทวิตเตอร์ จะไม่ส่งผลกระทบอะไร คิดใหม่ได้นะ เร็ว ๆ
นี้มีมีการศึกษาพบว่า เราสูญเสียในแง่ของการผลิตและคิดค้นนวัตกรรมใหม่
เพราะ “สิ่งรบกวนที่ไม่จำเป็น” เป็นจำนวนเงินอันมากจนน่าสะเทือนขวัญ คือ
650 พันล้านเหรียญสหรัฐ
- แค่เสียงปี๊บเบา ๆ เตือนว่ามีอีเมลเข้ามาใหม่อาจทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตประมาณ 70 พันล้านเหรียญต่อปี โรคผัดวันประกันพรุ่งนี่ช่างเป็นปัญหาใหญ่ยักษ์เหลือเกินผลกระทบของมัน หาได้มีแค่ความสูญเสียด้านการเงินเท่านั้น แต่อ้างอิงจากบทความเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังพบอีกว่าการ ผลาญเวลา มิได้เป็นแค่นิสัยที่น่ารำคาญเท่านั้น แต่จิตแพทย์ยังได้เตือนว่า มันคือมหันตภัยที่ทำลายชีวิตนับล้าน ๆ และบ่อยครั้ง ผู้ทุกข์ทนเพราะโรคนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาเยียวยา จากผลการวิจัยใหม่พบว่า ปัจจุบันนี้ หนึ่งในห้าคนต้องทนทุกข์แสนสาหัสเพราะมันสะเทือนทั้งต่อทั้งอาชีพการงาน ความสัมพันธ์ และสุขภาพนักวิจัยจำนวนมากชี้ว่า ความผิดเกิดจากคอมพิวเตอร์และมือถือที่สรรหาสิ่งรบกวนสมาธิเพื่อผู้คนมากเกินไป
ว่ากันว่า สภาวะผัดวันประกันพรุ่งอาจส่งผลหลากหลายต่อร่างกายและจิตใจ
ทั้งโรคซึมเศร้า (T_T) ระดับความนับถือตนเองต่ำ (- -”) และโรคนอนไม่หลับ
(O_O) นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเรื่องสุขภาพ กล่าวคือ
ทำให้ไม่กล้าไปพบหมอหรือหมอฟัน1 ศาสตราจารย์ เพียซ สตีล (Piers Steel)
จากมหาวิทยาลัยแคลการี (Calgary University) ชี้ว่า
อุบัติการณ์ของโรคเลื่อนเรื้อรังนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
จากหนึ่งใน 20 คน เพิ่มเป็น 1 ใน 4 นั่นเป็นเพราะ
เทคโนโลยีเข้ามาครอบงำชีวิตของพวกเรา อย่างไรก็ตาม ดร. เฟอร์รารี่
ไม่ได้เชื่อนักว่า เทคโนโลยีสมัยใหม่คือตัวการที่ทำให้เกิดการผลาญเวลา
เขากล่าวว่า ‘คนเราผลาญเวลาเล่นมานับศตวรรษแล้ว’ แต่เอาเถอะ ยังไงโรคเลื่อนหรือโรคผัดวันประกันพรุ่งนี่ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ยักษ์อยู่ดีก็
- ไม่ใช่ว่าโรคเลื่อนนี้จะมีแค่แง่มุมเดียวหรอกนะ คนเราเลื่อนเพราะหลายสาเหตุ ดร.โจเซฟ เฟอร์รารี่ รองศาสตราจารย์ในสาขาวิชาจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยดิพอล (Depaul University) แห่งชิคาโก อ้างว่า ผู้เป็นโรคผัดวันประกันพรุ่ง โดยทั่วไปมีสามลักษณะดังนี้
- พวกต้องการการกระตุ้น หรือพวกแสวงหาความตื่นเต้น คนเหล่านี้จะรอจนนาทีสุดท้ายเพื่อให้เกิดภาวะตื่นเต้นสุขสม
- พวกหลบเลี่ยง อาจหลบเลี่ยงความกลัวล้มเหลว หรือแม้แต่กลัวความสำเร็จ
แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ก็ล้วนมีที่มาจาก
ความกังวลว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับตัวเอง
คนประเภทนี้ยอมให้คนอื่นมองว่าตนเองขาดความพยายาม
ดีกว่าถูกมองว่าไร้ความสามารถ
- พวกชอบผัดผ่อนการตัดสินใจ ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ ผู้ป่วยโรคผัดมักไม่ยอมตัดสินใจเพราะจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมา
คุณเป็นพวกชอบผัดวันประกันพรุ่งหรือเปล่า เป็นแบบไหน ข้าพเจ้าเป็นแบบไหนน่ะรึ??? เป็นมันทุกแบบนั่นแหละ!
- ดัง นั้น เมื่อเราเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยาก เราก็ประท้วงด้วยการผัดผ่อนเรื่องนั้นออกไปซะเลย เราหน่วงเหนี่ยวการแก้ปัญหา คิดแต่ว่า ยังไงก็ไม่รู้แหละ แต่พระเจ้าน่าจะให้ชีวิตที่ปราศจากปัญหาแก่เรามากกว่านะ
เพื่อนเอ๋ย จงฟังเถิด ปัญหาคือเรื่องธรรมดาของชีวิต เมื่อสิ่งต่าง ๆ
ง่ายไปหมด สงบราบคาบ คาดเดาได้ นั่นต่างหากที่เป็นเรื่องผิดธรรมดา
มัวแต่คาดหวังว่าชีวิตจะง่ายดาย ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนเสมอไป
ก็ดูออกจะไม่อยู่กับความเป็นจริงมากไปหน่อย
- เมื่อเราผัดวันประกันพรุ่ง เมื่อเราหลบเลี่ยงการงาน หรือการตัดสินใจ เราทำเช่นนั้น เพราะเรานึกถึงแต่ตัวเอง ทั้งที่มีคนอื่น ๆ ต้องรับเคราะห์เพราะการหลบหลีกของเรา
หลาย ปีมาแล้ว กระดูกสะโพกของผมเคลื่อน
สมรรถภาพการยืนการเดินจึงถดถอยลงไปมาก แต่ผมก็หลบเลี่ยงการไปพบหมอ
เพราะผมกลัว ผมกลัวความเจ็บปวด ที่น่าขันก็คือ ตอนนั้นผมก็เจ็บอยู่แล้ว
และตอนนั้น ผมก็เลิกทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เลิกเป็นผู้ตัดสินฟุตบอล
เลิกออกไปเดินเล่นกับภรรยา เลิกเป็นอาสาสมัครที่โรงเรียน
มีเหตุการณ์น่าละอายครั้งหนึ่ง
เมื่อเพื่อนของผมขอให้เข้าร่วมกับเขาและลูกสาวของเขาในงานเต้นรำพ่อกับลูก
สาว ผมปฏิเสธเสียงแข็งต่อหน้าลูกว่า “ผมไม่เต้นรำ”
ผมจำช่วงเวลานั้นได้อย่างชัดเจน ทั้งอดสูและละอายใจเหลือเกิน
ที่ผมสนใจแต่ความเจ็บปวดของตัวเอง
จนทำร้ายลูกมากกว่าที่ทำร้ายตัวเองเสียอีก นี่คือผลของการผัดวันประกันพรุ่ง
มันทำให้เราเอาแต่หมกมุ่นกับตัวเราเอง
โดยไม่สนใจว่าใครจะเจ็บปวดเพราะมันบ้าง
- เมื่อ เราหลีกเลี่ยง การตัดสินใจ เมื่อเราหลีกเลี่ยงการลงมือทำ เมื่อเราหลีกเลี่ยงการสนทนา เมื่อเราหลีกเลี่ยงการไปพบหมอ ทำให้อะไรต่อมิอะไรมันดีขึ้นบ้างไหม?? เมื่อของบนโต๊ะผมกองท่วมจนผมมองไม่เห็นพื้นไม้อีกต่อไป กองกระดาษพวกนั้นมันจะหายไปเองในวันหนึ่งหรือไม่? เมื่อผมไม่ถอนหญ้าในกระถางต้นไม้ที่สวนหลังบ้าน หญ้ามันจะหนีไปของมันเองเฉย ๆ หรือเปล่า?
ความจริงข้อนี้น่าจะทำให้เราลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้
แทนการเลื่อนไปเรื่อยๆ เช่นนี้ ฟังเถิด เพื่อนเอ๋ย
การหลบเลี่ยงหรือผลักใสการจัดการปัญหาไม่ทำให้ปัญหาหายไปไหน
ปัญหายิ่งจะใหญ่โตขึ้นไปอีก แล้วรู้อะไรไหม การจัดการกับปัญหาต่างหาก
ที่จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น รู้สึกผิดน้อยลง และกังวลน้อยลง
ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
- หนึ่งในสิ่งที่ลึกซึ้งสวยงามของกระบวนการนี้คือ เราจำเป็นต้องอาศัยผู้อื่นในการเอาชนะภาวะการผัดวันประกันพรุ่ง นี่เป็นอีกอย่างที่ยากที่สุด การลงมือขอความข่วยเหลือ อย่าลืมว่าโรคเลื่อนของเรานั้นทำร้ายผู้อื่นด้วย จงอย่ามองว่าการขอความช่วยเหลือคือความอ่อนแอ อันที่จริงแล้ว มันคือเครื่องแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่และความเข้มแข็ง เมื่อเราผัดผ่อน เราอาจจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากใครสักคน หรือ เราอาจตั้งจิตอธิษฐานขอให้ใครสักคนสังเกตเห็นภาวะที่เราเป็น ขอให้เขารับฟัง และให้คำแนะนำช่วยเหลือ
- ดรรชนี
แปล ดัดแปลง (นิดหน่อย) และเรียบเรียงจากบางส่วนของบทความด้านล่างนี้
Stochl, Jim. ‘The journey of faith-procrastination’, Harvest Presbyterian Church. 2 Nov. 2012 http://harvestpres.org/wp-content/uploads/2012/08/July-29-2012-The-Journey-of-Faith-Procrastination.pdf
ป.ล. ที่แปลบทความนี้ เพราะเคยมีปัญหากับสภาวะแบบนี้เหมือนกัน
เป็นช่วงที่ไม่อยากทำอะไรเลย เอาแต่นอนดูยูทูบ
ไม่ก็ดูซีรี่ส์…งานการไม่เดิน เพลียกับตัวเองนะ T__T

No comments:
Post a Comment